เพตราและวาดิรัม จอร์แดน | Jordan : Discover Petra and Wadi Rum

จากเมือง Eilat ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ Israel สัปดาห์นี้เราจะข้ามชายแดนมายังเมือง Aqaba ประเทศ Jordan กับบริษัท Fun Time Eilat ค่ะ เพื่อเดินทางไปยังนคร Petra หรือเมืองโบราณที่มีฉายาว่า นครหินสีกุหลาบ การข้ามชายแดนไปยังประเทศ Jordan ก็สะดวกสบายมากค่ะ สามารถข้ามชายแดนได้เพราะจอร์แดนอนุญาตให้คนไทยขอ Visa On Arrival ได้ เพียงแค่ต้องจ่ายค่าข้ามชายแดน ก็สามารถเข้าออกได้เลยค่ะ ตม. ก็เป็นมิตรสุดๆ จาก Aqaba นั่งรถมานคร Petra ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ เมื่อผ่านเข้าประตูไป การเยี่ยมชมนครเพตราก็ทำได้หลายวิธี สามารถนั่งรถม้า นั่งอูฐ หรือจะค่อยๆเดินลัดเลาะพื้นหินทรายไปก็ได้ค่ะ

กด CC เพื่อเพิ่มซับภาษาอังกฤษ  |  Click “CC” to add English subtitles

พอเข้ามาจะสังเกตได้ว่า คนท้องถิ่นมากมายจะเข้ามาเสนอให้เราใช้บริการขนส่งด้วยสัตว์ชนิดต่างๆ ถ้าสนใจก็สามารถต่อรองราคาได้ปกติเลยค่ะ แต่ถ้าไม่อยากนั่งรถม้าหรือขี่อูฐ ไกด์ของที่นี่แนะนำว่า ให้ตอบปฏิเสธอย่างชัดเจน ไม่งั้นเค้าอาจจะเดินตามมาค่ะ

เพตราเป็นเมืองที่ถูกลืมและสูญหายไปจากแผนที่กว่าพันปี เพราะดินแดนแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาที่สูงชัน บริเวณซอกเขาที่นำเราเข้าสู่เมืองเพตรานั้นเรียกว่า ซิค (Siq) เป็นหุบเขาสูง 250 ฟุต และทอดคดเคี้ยวไปบนเส้นทางที่พาดผ่านเข้าไปถึงใจกลางเมือง เส้นทางนี้เกิดจากการถูกน้ำซัดกัดกร่อนจนเกิดเป็นช่องทางเดินเล็กๆ ระหว่างหุบเขา ซึ่งหุบเขาทั้งสองด้าน ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของหินสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ

P1180528

ระหว่างทางจะสามารถชมร่องรอยซากปรักหักพังที่เป็นหลักฐานถึงการจัดการลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำภูเขาเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างน่าทึ่ง และยังมีภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขาอีกมากมายด้วยค่ะ

และเมื่อเข้าสู่เขตหน้าผาสูงชัน เราจะมองเห็นมุมที่ได้รับความนิยมที่สุด ของมหานครแห่งศิลาทรายสีชมพู อาคาร 2 ชั้นแห่งนี้มีชื่อว่า The Treasury หรือ “คลังสมบัติ” อาคารนี้ถูกประดับด้วยเสาแบบ Corrinthian และรูปปั้นที่สลักขึ้นจากเขา ว่ากันว่าที่นี่เป็นคลังที่เก็บสมบัติของฟาโรห์ค่ะ นอกจากจะเป็นมุมที่ทุกคนต้องมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกแล้ว ที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “อินเดียน่า โจนส์” ภาค 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ด้วยค่ะ

หลังจากชมนคร Petra เดี๋ยววันนี้เราจะนอนค้างคืนในทะเลทรายจอร์แดนกันค่ะ ซึ่งแคมป์เบดูอินนี้ก็พิเศษมากๆ ที่พักส่วนใหญ่ในตัวเมืองจะมีตั้งแต่ 1 ดาว จนไปถึง 5 ดาวใช่ไหมคะ แต่แคมป์ Bait Ali แห่งนี้ เป็นที่พัก ล้านดาว เพราะว่าที่นี่นอนดูดาวระยิบระยับได้ทั้งคืนเลยค่ะ กลางทะเลทราย Wadi Rum ไม่มีมลภาวะทางด้านแสง จึงสามารถมองเห็นดาวได้ชัดมากๆ เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดจริงๆ

Beit Ali Camp

P1180307-2

ใครสนใจเที่ยวจอร์แดนสามารถเข้าไปดูโปรแกรมได้ที่นี่เลยค่ะ
Visit Fun Time Israel for more details on visiting Jordan – Petra and Wadi Rum! https://www.touristisrael.com/tours/

ตามนักวิจัยไปดูน้ำแข็งและแสงใต้ที่แอนตาร์กติกา | Antarctica: Chasing the Sea Ice + Southern Lights

หลังจากเรื่องราวของ Helsinki กับแสงเหนือในสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้ฟ้ามีเรื่องเกี่ยวกับทวีปแอนตาร์กติกาและแสงใต้ จากเพื่อนสนิทของฟ้ามาฝากทุกคนค่ะ เพื่อนคนนี้เรียนปริญญาตรีด้วยกัน ปัจจุบันเค้าเรียนต่อทางด้าน Mechanical Engineering ที่ MIT และทำงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ อยู่มาวันนึง ฟ้าได้รับเมลจากเพื่อน กับประโยคที่ว่า “สวัสดีจากแอนตาร์กติกา!” พร้อมภาพน้ำแข็งรูปทรงน่าสนใจ ฟ้าเลยขอให้เค้าเขียนบทความนี้ขึ้น ซึ่งฟ้านำมาแปลเพื่อแชร์ประสบการณ์การเดินทางไปยังแอนตาร์กติกามาฝากทุกคนค่ะ ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เจฟฟรีย์ เมย์ นักวิจัยชาวไต้หวัน เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่เดินทางไปแอนตาร์กติกาเพื่อวิจัยเรื่องการก่อตัวของธารน้ำแข็งในทะเลใต้

Following the stories of Helsinki and the Aurora Borealis (Northern Lights), this week’s feature is on Antarctica: the continent on many travelers’ bucket list. I was checking my email one morning and received a message from one of my best friends that said: “Greetings from Antarctica!” accompanied with a picture of cool ice formations. And so I asked if he could share the experiences with our readers in writing. This piece is written by Jeffrey Mei, one of the scientists who took part in the Antarctic Ross Sea research expedition back in April. Thai translation by yours truly.

Screen Shot 2560-07-08 at 10.17.55 AMเส้นทางของทริปนี้  |  Approximate cruise track.

ในวันที่ 11 เมษายน 2560 ผมขึ้นเรือ R/V Nathaniel B. Palmer เรือวิจัยของมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา ที่ท่าเรือลิทเทลตัน (นิวซีแลนด์) เพื่อเริ่มทริปวิจัย 65 วันไปยังทะเลรอสส์ แอนตาร์กติกา บนเรือมีนักวิทยาศาสตร์อีก 28 คน และลูกเรืออีก 30 จากหลายประเทศทั่วโลก เป้าหมายของทริปนี้คือการทำความเข้าใจเรื่องการก่อตัวของน้ำแข็งในทะเล

On April 11 2017 I boarded the R/V Nathaniel B. Palmer, a research vessel chartered by the United States National Science Foundation, at Lyttelton (New Zealand) to begin a 65-day science expedition to the Ross Sea, Antarctica. On board were 28 scientists and 30 crew members from many different countries. The purpose of this trip was to improve our understanding of sea ice formation. While Arctic sea ice is in retreat, Antarctic sea ice is showing a long-term increase in concentration – and this trend is strongest in the Ross Sea.

19821190_10214563548749251_561285027_oเรือท่ามกลางน้ำแข็งในทะเล  |  The R/V Palmer surrounded by sea ice

ในระหว่างการเดินทางเราได้เห็นน้ำแข็งหลายชนิด ที่ผมชอบมากคือน้ำแข็งแพนเค้กซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสภาพอากาศที่กัดกร่อนน้ำแข็งให้เป็นรูปทรงกลม

During the expedition we saw many different types of ice – my favourite is called “pancake ice,” which is formed when rough conditions make ice floes erode each other into circles.

Screen Shot 2560-07-10 at 6.23.37 PMนักวิทยาศาสตร์ลงทุ่นบนน้ำแข็งแพนเค้กเครดิตภาพจากเพื่อนนักวิจัย แมดดี้ สมิธ
Scientists deploying a buoy on pancake ice, photo credit: Maddie Smith

Screen Shot 2560-07-10 at 6.52.14 PM.pngเรายังเห็นเพนกวิน ปลาวาฬ และแมวน้ำเป็นจำนวนมาก รูปนี้คือรูปของเพนกวินจักรพรรดิที่ยืนอยู่อย่างเดียวดาย เครดิตภาพจากเพื่อนนักวิจัย เอมี่ เบลเชอร์We also saw a lot of penguins, whales and seals. Picture: A lone emperor penguin by Amy Belcher.

สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการเดินทางก็คือ การไม่มีอาหารสดให้ทานมากหลังจากเดือนแรกในเรือ และช่วงนี้ไม่มีแสงแดด (เนื่องจากเราไปเที่ยวช่วงฤดูหนาวในซีกโลกใต้) เราใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์โดยไม่เห็นพระอาทิตย์เลย! ถ้ามองในแง่ดี คือ เราได้เห็นแสงใต้ที่สวยงามโดดเด่นมาก!

The hardest part of the trip was probably the lack of fresh food after the first month, and the lack of sunlight (because we were going during wintertime in the Southern Hemisphere). We spent around 3 weeks with no sunrise! The only positive side about no sun is that the aurora australis (Southern Lights) was much more prominent!

Screen Shot 2560-07-10 at 6.24.10 PMแสงใต้ เครดิตภาพจากเพื่อนนักวิจัย จูเลี่ยน เรซAurora Australis. PC: Julian Race

สำหรับการวิจัย เราเก็บข้อมูลวัดความลึกของหิมะ นี่เป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากการสแกนด้วยเลเซอร์ซึ่งใช้เพื่อระบุพื้นผิวทั้งหมดไม่ได้แยกหิมะจากน้ำแข็งและเราจำเป็นต้องสามารถลบหิมะออกจากการวัดความหนาของเราได้ เครดิตภาพจากเพื่อนนักวิจัย เล็ตตี้ โรช

19820899_10214563563189612_1838578082_o

Collecting snow depth measurements. This is necessary because laser scanning, which is used to profile the entire surface, does not separate the snow from the ice, and so we need to be able to remove the snow from our thickness measurements. PC: Lettie Roach

Screen Shot 2560-07-10 at 6.24.53 PMยานใต้น้ำของเรา (AUV) ซึ่งใช้คลื่นเสียงในการสแกนน้ำแข็งจากใต้ทะเลเพื่อให้เราสามารถวัดความหนาของน้ำแข็งได้ | Our Autonomous Underwater Vehicle (AUV), which uses sound waves to scan the sea ice from below so that we can measure the ice thickness

Screen Shot 2560-07-10 at 6.25.19 PM

เจาะน้ำแข็งทะเล (หนาประมาณ 1-2 เมตร) เพื่อหาแกนน้ำแข็งซึ่งเราจะวิเคราะห์เพื่อดูโปรไฟล์อุณหภูมิและความเค็มรวมทั้งโครงสร้างผลึกซึ่งจะทำให้เห็นได้ว่าน้ำแข็งลอยตัวเกิดขึ้นได้อย่างไร (ฟ้า: เจฟฟรีย์คือคนขวาของรูป)

Drilling the sea ice (generally 1-2 m thick) to get an ice core, which we will analyze to get temperature and salinity profiles as well as the crystal structure, which will reveal how this ice floe was formed. (Fah: Jeffrey is the one on the right.)

19820957_10214563573429868_664453794_o

 

 

 

 

 

ภูเขาเมลเบิร์นเป็นภูเขาไฟที่ยังคงปะทุอยู่ในอ่าวเทอรา โนวา
Mt. Melbourne, an active volcano in Terra Nova Bay

Screen Shot 2560-07-10 at 6.25.53 PMสถานีอากาศอัตโนมัติของเราที่ติดตั้งในน้ำแข็ง ภาพจาก ริช จง
Our automated weather station deployed in an ice floe, PC: Rich Jeong

Screen Shot 2560-07-10 at 6.26.19 PM

น้ำแข็งทะเลชนิดต่าง (ซ้าย: เกล็ดน้ำแข็งดอกไม้ | ขวา: น้ำแข็งเกล็ดมังกร) น้ำแข็งเกล็ดมังกรเป็นสิ่งที่พบได้ยากและถูกบันทึกไว้เพียงหนึ่งครั้งก่อนการเดินทางครั้งนี้

Different types of sea ice (frost flowers on the left, and “dragon scale” ice on the right). Dragon scale ice is very rare and has only been documented one time before this expedition.

Screen Shot 2560-07-10 at 6.26.50 PM

สันเขาแรงดันที่ทำจากพื้นน้ำแข็งทะเลที่ชนกันสันเขาอาจมีความหนามากกว่า 6 เมตร ขณะที่น้ำแข็งทะเลในทะเลรอสต์ มีความหนาประมาณ 0.5 เมตร ส่วนใหญ่ความหนาจะซ่อนอยู่ใต้น้ำ เครดิตภาพจากเพื่อนนักวิจัย แมดดี้ สมิธ

A pressure ridge made from collided sea ice floes – ridges can be more than 6m thick, whereas sea ice in the Ross Sea is generally < 0.5m thick. Most of the thickness is below the water. PC: Maddie Smith

Screen Shot 2560-07-10 at 6.27.13 PMเพนกวินกำลังข้ามธารน้ำแข็ง เครดิตภาพจากเพื่อนนักวิจัย แมดดี้ สมิธ
Adelie penguins find a clever way to cross a broken ice floe. PC: Maddie Smith

Screen Shot 2560-07-10 at 6.27.42 PMภูเขาน้ำแข็งลอยผ่านมาในระหว่างการทำภาคสนาม ภูเขาน้ำแข็งเป็นปรากฏการณ์ที่แยกจากกันซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็ง (แผ่นดินน้ำแข็ง) ยุบตัวลงสู่ทะเล

An iceberg drifts past during fieldwork. Icebergs are a separate phenomenon which form from glaciers (land-ice) collapsing and falling into the sea.

โพสจาก เจฟฟรีย์ เมย์  (Guest Post by Jeffrey Mei)

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

19250434_10214361009485896_5299475745462716212_o.jpg

เกี่ยวกับนักเขียน  |  About the Author:

เจฟฟรีย์ เมย์ เกิดที่ใต้หวันและย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ตอนอายุ 3 ขวบ ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาเอก ในโปรแกรมร่วมระหว่าง MIT และ WHOI ทางด้านวิทยาศาสตร์มหาสมุทรและวิศวกรรม

Jeffrey Mei was born in Taiwan and moved to New Zealand at age 3. He is currently pursuing PhD at Massachussets Institute of Technology/Woods Hole Oceanographic Institution Join Program in Applied Ocean Science & Engineering.

เที่ยวเฮลซิงกิใน 1 วัน | Helsinki in a Day

Temppeliaukio Kirkko | Rock Church | โบสถ์หิน

1

 

 

 

 

 

 

 

 

Helsingin Päärautatieasema | Helsinki Central Station | สถานีรถไฟเฮลซิงกิ

2

 

 

 

 

 

 

Kampin Kappeli | Chapel of Silence | โบสถ์แห่งความเงียบ

temppeliaukio kirkko

 

 

 

 

Helsingin Tuomiokirkko | Helsinki Cathedral | มหาวิหารเฮลซิงกิ

4

5 Local Cafes, St. Petersburg | 5 คาเฟ่ท้องถิ่น St. Petersburg

หนึ่งในประสบการณ์การไปยังสถานที่ใหม่ๆ แน่นอนว่าคือ อาหาร! จากทริป St. Petersburg ฟ้าไปตระเวนชิมและรวบรวมรายชื่อร้านอาหาร/คาเฟ่คอนเซปต์น่าสนใจมาเล่าให้ทุกคนฟังค่ะ

One of the experiences visiting a new city: the food! Here’s a list of amazing restaurant/cafes from St. Petersburg.

1. Bushe (Буше)

Griboyedov channel embankment, 18, Sankt-Peterburg, Russia, 195213

S__26189897-2

สำหรับตำแหน่งร้านดังคงต้องยกให้ Bushe (บุ๊ช) ร้านนี้เป็น cafe & restaurant สไตล์รัสเซีย ซึ่งเป็นที่นิยมใน St. Petersburg ที่มีสาขาอยู่รอบเมือง ร้านนี้ดังทางด้านเบเกอรี่และเค้กต่างๆ และมีเมนูสลัด แซนวิช และซุปอร่อยๆด้วย ปรัชญาของร้านคือ “ศิลปะของการอบขนมสามารถเปลี่ยนรสชาติของทุกวัน” ร้านนี้ได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลเหรียญทองจาก International Kremlin Culinary Cup (ถ้วยรางวัลทางด้านอาหารเครมลินอินเตอร์เนชั่นเนล) นอกจากนี้ Bushe เป็นร้านที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทางด้านวัตถุดิบอาหาร ทำให้ร้านนี้มีอาหารคุณภาพดี ราคาย่อมเยาให้ได้เลือกทานกันค่ะ

The popular one: Bushe. This cafe is one of the most popular Russian cafe & restaurant chain in St. Petersburg that specializes in bakery and cakes, and also serve salads, sandwiches, and soups. Their philosophy is that, “the venerable tradition of baking can change the taste of everyday life.”

Bushe has won various awards, including the Annual Gold Medal of the International Kremlin Culinary Cup. The bakery is also the Government-sponsored Supplier of St. Petersburg which is why they serve high quality menus at a reasonably price. Worth a visit for a low-key afternoon.

2. Literary Cafe (кафе Литературное)

18, Nevsky Prospekt, St.St. Petersburg 191186, Russia

Processed with VSCO with acg preset

ชื่อก็บ่งบอกแล้วนะคะว่า เป็นร้านที่เหมาะกับหนอนหนังสือ ร้าน Literary Cafe เปิดให้บริการตั้งแต่ปีค.ศ. 1816 ร้านนี้เป็นบ้านของประวัติศาสตร์กว่า 200 ปี และเป็นสถานที่ๆบิดาแห่งวรรณกรรมร่วมสมัยรัสเซีย Alexander Pushkin มาทานมื้อสุดท้ายก่อนเสียชีวิตลงในสงครามปี 1837 ถ้าใครไปเที่ยว St. Petersburg ก็สามารถแวะไปร้านนี้ เลือกที่นั่งติดหน้าต่างเพื่อชื่นชมความคึกคักของถนน Nevsky Prospekt และชิมเมนูอาหาร/ขนม ที่เป็นเมนูโปรดของ Alexander Pushkin อีกด้วยค่ะ

The name probably gave it away: this is a place for bibliophiles. The Literary Cafe was established in 1816: this place houses 200 years of history and was also the place the Great Russia poet Alexander Pushkin had his last meal in 1837. Today, you can visit this elegant two-storey restaurant, grab a table next to the window, admire the bustling streets, and try out the late poet’s favorite menus back in the day.

บรรยากาศของร้านเหมือนได้ย้อนเวลาไปออกเดทกับบิดาแห่งวรรณกรรมร่วมสมัยรัสเซียเลยค่ะ (คุณ Alexander จะนั่งต้อนรับแขกอยู่ที่ชั้นล่าง)

A perfect location for a date with the father of modern Russian literature. (He’s always downstairs to welcome visitors!)

ขนมที่ Alexander Pushkin ชอบ เอแคลร์ครีม Pistachio (ซ้าย) Baked Apple (ขวา)

father of modern Russian literature’s favorite snacks: Eclaire with Pistachio curd cream (left) Baked Apple (right)

3. Vodka Museum | Russian Vodka Room

Konnogvardeyskiy b-r, 4, Sankt-Peterburg, Ленинградская область, Russia, 190000

Screen Shot 2560-06-30 at 9.05.16 PM

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่มีความเป็นรัสเซียมากๆ คงหนีไม่พ้นวอดก้า สำหรับ Vodka Museum / Russian Vodka Room ที่นี่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวของเครื่องดื่มนี้ (พิพิธภัณฑ์ interactive มาก มีให้ชิมด้วยนะคะ) และเป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารรัสเซียจากยุคสมัยต่างๆให้ได้ชิมกันค่ะ

We can’t talk about Russia without mentioning Vodka. The Vodka Museum (& Russian Vodka Room) is a museum that displays the history of this legendary drink (it’s also very interactive – you can buy tickets to taste some vodka,) and also a restaurant that features Russian food from different time periods. Om nom nom!

4. Stirka 40

Kazanskaya ul., 26, Sankt-Peterburg, Russia, 190000

Screen Shot 2560-06-30 at 9.41.03 PM

เครื่องซักผ้า + บาร์ + คาเฟ่ = Stirka 40 ร้านนี้เป็นไฮบริทคาเฟ่และที่รวมพลของศิลปิน นักดนตรี (และคนที่อยากมาซักผ้าให้สะอาด ^^) สามารถแวะมาจิบค็อกเทลระหว่างรอผ้าซักได้ เครื่องซักผ้าก็เค้าก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะนักดนตรีที่เดินทางมาออนทัวร์อย่าง The Rolling Stone Led Zeppelin หรือ Franz Ferdinand ต่างก็แวะมาซักผ้ากันที่นี่ค่ะ อันนี้เป็นคอนเซปต์ที่ร้านซักอบรีดไทยอาจจะเอามาประยุกต์ใช้ได้หรือเปล่าน้า แฮ่

Washing Machine + Bar + Cafe = Stirka 40. This hybrid cafe is the hangout space for artists and musicians (and people wanting to do their laundry, hehe.) Bonus points: these laundry machines were used by musicians during their tours in St. Petersburg: The Rolling Stone, Led Zeppelin, Franz Ferdinand. Sip some cocktails while waiting for your laundry.

5. Ziferblat

Невский проспект, 81, Санкт-Петербург, г. Санкт-Петербург, Russia, 191186

คาเฟ่ปกติจะเก็บค่าเวลาสำหรับอาหาร/ขนมที่เราสั่ง แต่ที่ Ziferblat มีคอนเซปต์ที่ disrupt กลับหัวคอนเซปต์คาเฟ่เลย คือเก็บค่าเวลา แต่สามารถทานอาหาร/ใช้บริการ facility ต่างๆได้ตามใจชอบเลยค่ะ ชื่อของร้านแปลได้ว่า “หน้าปัดนาฬิกา” ซึ่งเข้ากับคอนเซปต์ร้านดี เอกลักษณ์ของที่นี่คือ พอเข้าไปถึงจะต้องเดินไปเลือกนาฬิกาตั้งโต๊ะและเช็คอิน เป็นแหล่งนัดพบของคนรุ่นใหม่ที่มาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ด้วยกัน เหมือน Co-working Space ของคนครีเอทีฟ

Regular cafes will charge you for your coffee and croissants, but not Ziferblat. This alternative cafe charges you based on the amount of time spent there, you’re welcome to feast, or use any facilities you want. The name Ziferblat in Russian means “watchface” which is essentially their concept. Upon entering the cafe, you pick a table watch and “check-in” with the front desk. This is one of the coolest hangout spots for young people looking to do creative work and meet new friends. It’s like a co-working space for creative activities.

ห้องซ้อมดนตรี: มีเปียโน และเครื่องดนตรีน่าสนใจอย่าง theremin ให้ทดลองเล่นด้วย และนอกจากห้องนั่งเล่นรวมก็มีห้องสไตล์โฮมมี่ เหมือนนั่งเล่นอยู่ในบ้านด้วยค่ะ

Music Room: There are pianos and interesting musical instrument like theremin for you to jam with new friends. Apart from the common living area, there are homey areas to sit and get cozy.

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ติดตามเรื่องราวของนักเดินทางรอบโลกและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวได้ที่
Follow/Subscribe for more travel stories here:

facebook.com/thepassiontv
youtube.com/thepassiontv

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ขอขอบคุณกลุ่มบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
Special Thanks to: PTT Group, PTT Global Chemical, and Thai Airways

St. Petersburg Top 5 | 5 สถานที่ห้ามพลาด

St. Petersburg เป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศรัสเซียมากว่า 200 ปี ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็นเวนิสทางตอนเหนือ เพราะมีสะพานและคลองที่สวยงาม ตลอดจนมีเสน่ห์และกลิ่นอายของยุโรปที่เห็นได้จากแนวสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนค่ะ

St. Petersburg was the former capital of Russia for over 200 years. This beautiful city is also known as “Venice of the North,” due to the various bridges and canals, as well as the European influences on architecture and the local’s lifestyle.

1. Winter Palace – Hermitage Museum

≈≈

พิพิธภัณฑ์ Hermitage ถือกำเนิดขึ้นในปี 1764 เมื่อพระนาง Catherine ได้ทรงรวบรวมผลงานภาพวาดกว่า 255 ชิ้น และสมบัติหายากอื่นๆจากทั่วโลก ในปัจจุบัน ที่นี่มีสมบัติถึง 3 ล้านชิ้นเลยค่ะ ถ้าสมมุติว่าเรามีเวลาเดินชมสมบัติทั้งหมดวันละ 8 ชั่วโมง ที่ละชิ้น ชิ้นละ 1 นาที เราต้องใช้เวลาถึง 15 ปีเลยนะคะ Hermitage ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง ซึ่งถูกสร้างให้เชื่อมต่อกัน บริเวณด้านในมีประตูทั้งหมด 1786 บาน หน้าต่าง 1945 บาน มีห้องกว่า 1057 ห้องเลยค่ะ นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่ประทับรับรองการเสด็จเยือนรัสเซีย ของรัชกาลที่ 5 ของไทย เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ไทยรัสเซียด้วย

Hermitage Museum started in 1764 when Catherine the Great collected over 255 paintings and rare treasures from around the world. Today, the museum contain over 3 million artworks/treasure on display! If we were to visit the Hermitage everyday, 8 hours/day to check out the pieces one by one, it’ll take us 15 years… The Hermitage consists of 5 conjoint buildings, 1786 doors, 1945 windows, and 1057 rooms. Fun fact: this place also hosted Thailand’s King Rama V during his visit to strengthen the friendship between Thailand and Russia.

2. St. Isaac’s Cathedral

shutterstock_440347039

St. Isaac’s Cathedral เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่สวยงามที่สุดของรัสเซีย ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปีเลยค่ะ ที่นี่ประกอบไปด้วยเสาหินแกรนิต 48 ต้น ซึ่งน้ำหนักต้นละ 114 ตัน ถายในประดับประดาด้วยภาพวาดกว่า 400 ชิ้น และโดมทองอันสง่างามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง โดมนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 25.8 เมตรซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลกเลยค่ะ

St. Isaac’s Cathedral is hands-down one of the most beautiful cathedrals in Russia. Construction began during the reign of Alexander I and took over 40 years to build: 48 granite columns (each weighting 114 tons,) the interior decorated with over 400 paintings. The golden domed structure is considered one of St. Petersburg’s landmarks. The dome’s radius is 25.8m – 4th largest in the world.

Screen Shot 2560-06-30 at 12.39.47 AM

นอกจากความสวยงามด้านใน บริเวณโดมด้านบนก็เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองได้ 360 องศาเลยค่ะ ต้องเดินขึ้นบันใดวนไป

Apart from the beautiful interior, you can catch one of the best pano views from the top of St. Isaac’s: Admiralty, city view, and all the other landmarks in the city.

P1110399-2

ช่วงหน้าหนาวตรงนี้ลมแรงและเย็นมากๆๆ แต่วิวสวย คุ้มค่ามากค่ะ

Super cold up here during the winter, but the view is worth it.

3. The Church of Savior on Spilled Blood

shutterstock_515305411

Church of the Savior on Spilled Blood หรือที่เรียกกันว่า โบสถ์แห่งหยดเลือด เป็นอนุสรณ์ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระบิดา หรือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์บริเวณนี้ค่ะ ที่นี่ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปี บริเวณด้านในนั้นถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกได้อย่างสวยงามอลังการมากค่ะ รายละเอียดของกระเบื้องโมเสกที่ประดับอยู่บนผนังและบนพื้น มีพื้นที่รวมกว่า 7,500 ตารางเมตรค่ะ

Church of the Savior on Spilled Blood was built in 1883 during the reign of Emperor Alexander III as a memorial site for the late Emperor Alexander II (his father) on the site where he was assassinated. The church took 20 years to built, interior decorated with over 7,500 square meters of mosaic pieces.

4. Peter & Paul Fortress

Screen Shot 2560-06-30 at 7.36.27 PM

ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลล์ถูกสร้างขึ้นในปี .ศ 1703 ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช บนเกาะวาซิลเยฟสกี้ (Vasilievsky Island) ในสมัยนั้นนี่คือสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมือง ด้วยความสูงถึง 122.5 เมตร ลักษณะเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม กำแพงเป็นหิน ก่ออิฐ สร้างเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู ในช่วงปี 1920s ที่นี่ถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ฝังหลุมพระศพของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช และพระบรมศานุวงศ์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ

Peter & Paul Fortress was built in 1703 during the time of Peter the Great. The fortress is located on Vasilievsky Island. Impressively, the citadel was the tallest structure in the city during its time, at 122.5 meters. In the 1920s, the fortress was used as a prison and execution ground for political prisoners. Today, a museum and a must-visit attraction of St. Petersburg.

5. Stroganov Palace

นอกจาก Hermitage, St. Petersburg ก็มี พิพิธภัณฑ์ อีกแห่งซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ ซึ่งก็คือ Stroganov Palace ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 และในปัจจุบันในหนึ่งใน พิพิธภัณฑ์ ที่ให้เราได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชนชั้นสูงในสมัยนั้น เพราะปราสาทแห่งนี้เป็นที่พักของตระกูล Stroganov ซึ่งเป็นครอบครัวที่มีอิทธิพลมากในรัชสมัยของพระเจ้า peter มหาราช

Apart from the Hermitage, the Stroganov Palace makes an interesting visit. This mansion was built during the 18th century and gives us an insight into the lives of the noble families back then. This house belonged to the Stroganov family, one of the most influential families during the reign of Peter the Great.

ติดตามเรื่องราวของนักเดินทางรอบโลกและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวได้ที่
Follow/Subscribe for more travel stories here:

facebook.com/thepassiontv
youtube.com/thepassiontv

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ขอขอบคุณกลุ่มบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
Special Thanks to: PTT Group, PTT Global Chemical, and Thai Airways

Moscow in 7 Stations | เที่ยวมอสโกผ่าน 7 สถานีหลัก

รถไฟฟ้าใต้ดินหรือเมโทร เริ่มให้บริการในปี .. 1935 เป็นมรดกความภาคภูมิใจของอดีตสหภาพโซเวียตเลยค่ะ ในยุคของประธานาธิบดี สตาลิน ได้ใช้ทหารและยุวชนทหารประมาณ 13,000 คนสร้างรถไฟใต้ดิน เพื่อใช้ในการขนส่งทหารและอาหารไปยังหัวเมืองต่างๆ ซึ่งสถานีรถไฟที่กว้างขวางเหล่านี้ ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินเทียบได้กับตึก4 ถึง 5 ชั้น ก็กลายมาเป็นที่หลบภัยชั้นดีของประชาชนในยามสงครามค่ะ มอสโก เมโทร จึงเป็นที่ๆนักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

Moscow Metro began operating in 1935, and since then it’s one of the gems of the former Soviet Union. Joseph Stalin commanded over 13,000 soldiers and military youths to build the metro system in order to transport soldiers and supplies to the major neighborhoods of the city. These subway stations are so deep underground (the equivalent height of a 4-5 storey building,) and became bunkers during wartimes. Definitely a must-see during your time in Moscow.

1. Ploshchad Revolyutsii Station

Screen Shot 2560-06-30 at 11.16.05 AM.jpg

สถานี Ploschad Revolyutsii (Пло́щадь Револю́ции) สถานีนี้ตกแต่งด้วยรูปปั้นหินอ่อนอาร์เมเนียจำนวน 76 ชิ้นที่ประดับตลอดแนวทางเดินและชานชาลา คนที่นี่เชื่อว่าถ้ามาลูบรูปปั้นที่สถานีแห่งนี้แล้วจะโชคดี เดินทางปลอดภัย ทำให้รูปปั้นหล่านี้ถูกลูบจนมันวับเลยทีเดียวค่ะ ลงจากสถานี Ploschad Revolyutsii เดินแปปเดียวก็ถึงบริเวณจัตุรัสแดงแล้วค่ะ

You can’t miss this station. Partly because it takes you to Red Square, but also the 76 Armenian marble decors are stunning. You may notice that the locals passing by will rub the heads of the dog/chicken statue: they believe that the act brings good luck and ensures safe travels.

Red Square (UNESCO)

Continue reading “Moscow in 7 Stations | เที่ยวมอสโกผ่าน 7 สถานีหลัก”